“รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” ความสำเร็จ ที่ไม่ควรมองข้าม

รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้

รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” ความสำเร็จ ที่ไม่ควรมองข้าม

รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” ความสำเร็จ ที่ไม่ควรมองข้าม ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เริ่มปะทุขึ้นมาตั้งแต่ปี 2547 นั้น จนถึงขณะนี้แม้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะพยายามทุกวิถีทางที่จะหาทาง ดับไฟที่ลุกโชนนี้ให้มอดลง แต่จนขณะนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการให้บรรลุผลตามที่ตั้งใจได้ ที่น่าสลดหดหู่ใจก็คือเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงหลัง ๆ นี้ ได้คร่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะครูซึ่งถือเป็นทั้งผู้ให้ความรู้และยังเป็นบุพการีคนที่สองของเด็ก ๆ ยังต้องมาสังเวยชีวิตกันแทบไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งได้สร้างความเศร้าสลดใจให้แก่ผู้คนในสังคมอย่างกว้างขวาง ที่สำคัญยังไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่รุมเร้าพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ในขณะนี้ จะจบลงแบบไหนและอย่างไร

ก็คงต้องใช้ทั้งระยะเวลารวมทั้งความร่วมแรงร่วมใจกันจากของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจากพี่น้องชาวใต้เองที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่จะต้องช่วยกันเป็นหู เป็นตาให้แก่ภาครัฐอย่างจริงจังต่อไป และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมานี้ยัง ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการพัฒนาเยาวชน โดยเฉพาะในด้านการศึกษา

ซึ่งถือว่าเป็นฐานรากที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก ๆ ยิ่งในอีก 2 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะต้องก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนที่เน้นการแข่งขันด้วยแล้วก็ ยิ่งทำให้น่าเป็นห่วงเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะที่ต้องรับผิดชอบต่อการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่เยาวชนไทยได้คิด หาวิธีการที่จะนำการศึกษาที่มีคุณภาพเข้าไปสู่ตัวเด็ก ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ด้วยการจัดโครงการ “รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” ขึ้น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการพัฒนาศักยภาพ รวมทั้งสร้างโอกาสให้แก่เยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.6 ในเขตพื้นที่เสี่ยงภัย 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากสถานศึกษาในส่วนกลาง จัดครูอาจารย์ในระดับแนวหน้าไปช่วยเติมเต็มในด้านการเรียนการสอนให้แก่เด็ก ๆ ในกลุ่มเป้าหมาย

จากการประเมินผลสัมฤทธิ์ที่ผ่าน ๆ มาปรากฏว่ามีเด็กใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจำนวนเพิ่มขึ้น จากเดิมกว่าเท่าตัว จนปัจจุบันโครงการนี้ต่างได้รับการชื่นชมจากผู้ปกครองนักเรียนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างกว้างขวาง และในปีการศึกษา 2556 ซึ่งถือเป็นปีที่ 10 ของการดำเนินงานได้กำหนดจัดขึ้นในระหว่าง  วันที่ 7–13 มกราคม ที่ผ่านมา ที่สำคัญโครงการนี้ยังได้มีการยกระดับความเข้มข้นมากขึ้นคือนอกจากจะระดมครูอาจารย์ในระดับหัวกะทิ

จากส่วนกลาง กว่า 300 คน เดินทางไปถ่ายทอดความรู้ในสาขาวิชาหลัก ๆ ให้แก่เด็ก ๆ ในทุกกลุ่มสาระวิชาแล้ว ยังได้จัดครูที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการแนะแนวอีกจำนวนหนึ่ง ไปประจำอยู่ที่ 5 ศูนย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อคอยแนะนำเส้นทางในการเข้าศึกษาต่อให้แก่เด็ก ๆ นอกจากนั้นแล้วยังได้เตรียมที่จะสร้าง

“ครูแม่ไก่” ขึ้นในสาขาวิชาหลัก ๆ โดยในปีการศึกษานี้ ปรากฏว่าได้มีเด็ก ๆ ใน 5 จังหวัด ชายแดนภาคใต้มาเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนกว่า 15,000 คนดร.กมล รอดคล้าย รองเลขาธิการ กพฐ. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานของโครงการ เผยว่า สพฐ. ให้ความสำคัญต่อโครงการ “รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” นี้ เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กทั้งในแง่ของด้านความรู้และโอกาสที่เท่า เทียมกันในการที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยมีผลสัมฤทธิ์ของเด็กเป็นตัวชี้แล้ว ยังถือเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งของการจัดการศึกษาในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ โดย สพฐ. ได้บรรจุโครงการนี้ไว้ในแผนพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่ เรียบร้อย

ดร.พัชรพงศ์ ตรีเทพา ผอ.โรงเรียนบางกะปิ ในฐานะประธานศูนย์ฯจังหวัดสตูลได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่าเกิดจากความร่วมมือ และความเสียสละของบรรดาครูอาจารย์ที่ทุกคนต่างมีความเป็นห่วงและมุ่งมั่นที่ ยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอน ให้แก่เยาวชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ทัดเทียมกับเด็ก ๆทั่วไป โดยไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ

น.ส.วรรณภา ทองสีไพล รองผอ. โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะวิทยากรได้พูดถึงเหตุผลที่มาเข้าร่วมโครงการนี้ก็เพราะมี ความเป็นห่วงเยาวชน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเกรงว่าจะเสียโอกาสทางด้านการศึกษา ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ และสุ่มเสี่ยงในด้านความปลอดภัย แต่ตนเองก็ยินดีที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ต่อไป

นายนิรสลัน จิใจ นักเรียนโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิจังหวัดยะลา กล่าวว่า ที่มาร่วมโครงการเพราะต้องการที่จะเรียนรู้ในเรื่องทักษะชีวิต เพื่อที่จะนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะตนเองได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาแล้ว และอยากให้โครงการนี้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนในภาคใต้

น.ส.นันทิชา บุรี นักเรียนจากโรงเรียนสตรียะลา กล่าวว่าโครงการดังกล่าวนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองแล้ว ยังถือเป็นการเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เรียน ตนเองมีความมั่นใจว่าเมื่อมาเข้าร่วมโครงการนี้แล้วจะทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนไม่ว่าจะเป็นการสอบโอเน็ตและแอดมิชชั่น จะสูงขึ้นกว่าเดิม

น.ส.สร้อยสุดา สิงหานอก นักเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส กล่าวว่า เหตุผลที่เข้าร่วมโครงการนี้เพราะเห็นว่าในปีที่ผ่าน ๆ มามีรุ่นพี่ ๆ สามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมากดังนั้นจึงอยากให้มี การสานต่อโครงการนี้ต่อไป

จะว่าไปแล้วโครงการ “รินน้ำใจสู่น้องชาวใต้” นี้นับว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจอีกโครงการหนึ่ง เพราะนอกจากจะเกิดขึ้นจากความเสียสละของบรรดาครูอาจารย์ทั้งจากในส่วนกลาง และพื้นที่แล้ว ที่สำคัญโครงการนี้ยังได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องถึง 10 ปี จนเกิดมรรคผลที่เป็นรูปธรรม

ต่อบุตรหลาน รวมทั้งได้รับการยอมรับจากสังคมในเขตพื้นที่เสี่ยงภัย 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก ดังนั้นอยากฝากให้ “นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา” ในฐานะเจ้ากระทรวงคุณครู น่าจะให้ความสำคัญกับโครงการนี้มากเป็นพิเศษ เพราะโครงการนี้นอกจากจะถือเป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะทำให้ความหวังของ รัฐบาล ภายใต้การนำของ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ที่มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการที่จะดับไฟใต้มีโอกาสเป็นจริงแล้ว ยังถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรครูที่เสียสละโดยไม่ได้รับ ค่าตอบแทนใด ๆ จะได้มีพลังในการพัฒนาเด็ก ๆ ใน 5 จังหวัดภาคใต้

อย่างเต็มศักยภาพต่อไป และถ้าจะให้ดีก็น่าที่จะนำโครงการนี้มากำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้สร้างกระแสแห่งความสำนึกร่วมกันของคนในสังคมว่าถึง แม้จะเกิดเหตุวิกฤติหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ตาม แต่คนไทยก็จะไม่ทอดทิ้งกันอย่างเด็ดขาด.

สุนทร เชี่ยวพานิช

This entry was posted in การศึกษา and tagged , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s