ชัดเจน! พบรอย นิ้วมือ “พัตเตอร์” ที่ขอบหน้าต่าง

แพนเค้ก

แฉผลตรวจลายนิ้วมือตรงเป๊ะ “พัตเตอร์” น้องชายนางเอกสาว “แพนเค้ก” โผล่รอบขอบหน้าต่าง

จาก กรณีน.ส.เขมนิจ จามิกรณ์ หรือแพนเค้ก นางเอกสาวช่อง 7 และนางนวลนงค์ จามิกรณ์ มารดา เข้าแจ้งความมีคนร้ายลักทรัพย์ภายในบ้านพักย่านมีนบุรี ทั้งนาฬิกาโรเล็กซ์ ต่างหูเพชรและแหวนเพชร มูลค่า 2 แสนบาท โดยตำรวจสันนิษฐานคนร้ายน่าจะเป็นคนใน ก่อนเก็บลายนิ้วมือและรอยเท้าของคนในบ้านไปตรวจสอบ แต่ต่อมาแพนเค้กและนางนวลนงค์แถลงข่าวร่วมกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. โดยมารดานางเอกสาวกล่าวขอโทษสื่อมวลชนและตำรวจ เนื่องจากคดีลักทรัพย์เป็นการเข้าใจผิด เพราะทรัพย์สินยังอยู่ไม่ได้หายไปไหน กระทั่งล่าสุดแพนเค้กออกมาชี้แจง ป้อง “พัตเตอร์” ที่เป็นน้องชายว่าไม่เกี่ยวข้อง ตามข่าวที่เสนอไปนั้น

ความ คืบหน้า เมื่อวันที่ 4 ก.พ. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวที่ออกมาชี้แจงว่าเป็นการเข้าใจผิด ขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนต้องทำเรื่องขอถอนเลขคดี โดยเจ้าทุกข์ต้องมาให้ปากคำว่าทรัพย์สินที่หายไปพบแล้วและเป็นการเข้าใจผิด ทั้งนี้ ยังมีกฎหมายที่ว่าคนในบ้านหากมีการลักทรัพย์กัน ทั้งจากสามีภรรยาเอาทรัพย์สินกันไป หรือพ่อแม่เอาของลูก หรือลูกเอาของพ่อแม่ หรือแม้แต่พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน สามารถยกเว้นไม่ต้องเอาเรื่องได้ โดยผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ สรุปคือถึงแม้จะมีการทำผิดจริงก็ถอนแจ้งความได้

ขณะ ที่พ.ต.ท.เทพทัต เมตตพันธ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.มีนบุรี กล่าวว่า ตอนนี้ดาราสาวและมารดายังไม่มาให้ปากคำเพิ่มเติม และยังไม่ได้ระบุว่าจะมาวันใด แต่พยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้อยู่ในสำนวนหมดแล้ว โดยเฉพาะลายนิ้วมือบนขอบหน้าต่างบ้านนางเอกสาว ซึ่งผลการตรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานออกมาแล้วว่าเป็นลายนิ้วมือของนายภัทรนัน ท์ หรือพัตเตอร์ น้องชายของดาราสาว เหลือเพียงผลการตรวจรอยเท้าที่ยังไม่ได้ส่งมา ดังนั้น ในวันที่ดาราสาวและมารดามาให้ปากคำและขอถอนแจ้งความนายพัตเตอร์ต้องมาให้ปาก คำด้วย พร้อมนำทรัพย์สินที่บอกว่าหาเจอแล้วมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อยึดเป็นของกลางในคดี จากนั้นจะตรวจสอบและถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งคืนให้กับดาราสาวตามกระบวนการทางกฎหมาย

พ.ต.ท.เทพทัต กล่าวต่อว่า หลังจากนี้อาจต้องสอบปากคำนายพัตเตอร์ด้วย รวมถึงดูเจตนาด้วยว่าเป็นอะไรอย่างไร ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ระบุว่าผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดย ทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6 พันบาท แต่มีข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 ระบุว่า ความผิดตามมาตรา 334-336 และ 341-365 ถ้าเป็นการกระทำของบุพการีกระทำต่อผู้สืบสันดาน หรือผู้สืบสันดานกระทำต่อบุพการี แม้กฎหมายจะไม่ได้บัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้ แต่ในกรณีนี้กฎหมายให้ถือเป็นความผิดอันยอมความได้ และศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ เพราะผู้เสียหายเป็นบุพการีและยอมความ ส่วนข้อหาแจ้งความเท็จต้องตรวจสอบพฤติกรรมตั้งแต่วันที่มาแจ้งความถึงวันที่ แถลงข่าวว่ามีเจตนาอย่างไร พยานหลักฐานเข้าข่ายแจ้งความเท็จหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้

อ้างอิง :ประชาชาติธุรกิจ

This entry was posted in งาน parttime and tagged , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s